ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
สิทธิ์ที่เกษตรกรควรรู้

สิทธิ์และความช่วยเหลือเกษตรกร

รวมเรื่องที่เกษตรกรมักไม่รู้หรือรู้ช้าจนเสียสิทธิ์ ทั้งการขึ้นทะเบียน การขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ ประกันภัยพืชผล และบริการฟรีของภาครัฐ พร้อมช่องทางติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

⚠️ ข้อควรทราบ: หน้านี้อธิบายขั้นตอนและช่องทางติดต่อเท่านั้น ไม่ได้ระบุวงเงินช่วยเหลือ อัตราชดเชย หรือวันปิดรับคำขอ เพราะตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนตามประกาศของแต่ละปีและแต่ละพื้นที่ กรุณายืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอหรือหน่วยงานเจ้าของเรื่องเสมอ ก่อนตัดสินใจ และอย่าเชื่อตัวเลขที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย

ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร

เป็นประตูสู่สิทธิ์อื่นเกือบทั้งหมด ทั้งเงินช่วยเหลือภัยพิบัติ มาตรการช่วยเหลือราคา และโครงการของรัฐ หากไม่มีทะเบียนที่เป็นปัจจุบัน มักจะไม่ได้รับสิทธิ์แม้เสียหายจริง

ติดต่อที่ไหน

สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่แปลงตั้งอยู่

ขั้นตอนโดยสรุป

  1. เตรียมบัตรประชาชน และเอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือหลักฐานการเช่า
  2. แจ้งข้อมูลแปลง ชนิดพืช พื้นที่ปลูก และวันที่เริ่มปลูก
  3. ปรับปรุงข้อมูลทุกปีการผลิต แม้ปลูกพืชเดิมในแปลงเดิม
  4. ตรวจสอบสถานะและข้อมูลของตนเองผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บของกรมส่งเสริมการเกษตร

ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ

อุทกภัย ภัยแล้ง วาตภัย และศัตรูพืชระบาดรุนแรง อาจเข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง แต่ต้องยื่นภายในกรอบเวลาที่กำหนดหลังเกิดเหตุ

ติดต่อที่ไหน

สำนักงานเกษตรอำเภอ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอในพื้นที่

ขั้นตอนโดยสรุป

  1. ถ่ายภาพความเสียหายทันทีพร้อมวันที่ และเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  2. แจ้งความเสียหายที่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือ อบต./เทศบาล และสำนักงานเกษตรอำเภอโดยเร็วที่สุด
  3. ต้องเป็นพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ จึงจะเข้าเกณฑ์
  4. ต้องมีชื่อในทะเบียนเกษตรกรที่ปรับปรุงเป็นปัจจุบัน และแปลงที่เสียหายต้องตรงกับที่ขึ้นทะเบียนไว้
  5. รอคณะกรรมการระดับตำบล/อำเภอตรวจสอบพื้นที่จริงและรับรองความเสียหาย

⚠️ อัตราการช่วยเหลือและกำหนดเวลายื่นเปลี่ยนแปลงตามประกาศแต่ละครั้ง กรุณาสอบถามเกษตรอำเภอโดยตรง อย่ายึดตัวเลขจากข่าวหรือโซเชียล

ประกันภัยพืชผล

ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีโครงการประกันภัยที่รัฐสนับสนุนค่าเบี้ยบางส่วนในหลายปีที่ผ่านมา

ติดต่อที่ไหน

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการ

ขั้นตอนโดยสรุป

  1. สอบถามว่าปีการผลิตนี้มีโครงการประกันภัยสำหรับพืชที่ปลูกหรือไม่ และเปิดรับถึงเมื่อใด
  2. ตรวจสอบว่าพื้นที่และชนิดพืชของตนเองอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครอง
  3. ทำความเข้าใจว่าคุ้มครองภัยอะไรบ้าง และไม่คุ้มครองกรณีใด ก่อนตัดสินใจ
  4. เก็บหลักฐานการทำประกันและใบเสร็จไว้ให้ครบ

⚠️ เงื่อนไขและเบี้ยประกันเปลี่ยนทุกปีการผลิต ให้ยืนยันกับ ธ.ก.ส. สาขาที่ใช้บริการเสมอ

สินเชื่อและการพักชำระหนี้

เมื่อประสบภัยหรือราคาผลผลิตตกต่ำ อาจมีมาตรการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย หรือสินเชื่อฉุกเฉิน แต่ต้องยื่นเรื่องเอง ไม่ได้รับอัตโนมัติ

ติดต่อที่ไหน

ธ.ก.ส. สาขาที่ใช้บริการ และสหกรณ์การเกษตรที่เป็นสมาชิก

ขั้นตอนโดยสรุป

  1. ติดต่อสาขาที่ตนเองมีสัญญาโดยตรง อย่ารอให้ธนาคารติดต่อมา
  2. เตรียมหลักฐานความเสียหายหรือเอกสารแสดงรายได้ที่ลดลง
  3. สอบถามเงื่อนไขให้ครบก่อนเซ็น โดยเฉพาะดอกเบี้ยที่เดินต่อระหว่างพักชำระ
  4. ขอเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง

⚠️ ระวังมิจฉาชีพที่อ้างว่าช่วยเดินเรื่องกู้เงินหรือปลดหนี้โดยเรียกค่าดำเนินการล่วงหน้า หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินลักษณะนี้

มาตรฐาน GAP และการรับรองสินค้า

การรับรองมาตรฐานช่วยเพิ่มโอกาสขายเข้าห้าง โรงงานแปรรูป และตลาดส่งออก รวมถึงมักได้ราคาดีกว่าผลผลิตทั่วไป

ติดต่อที่ไหน

กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และสำนักงานเกษตรอำเภอ

ขั้นตอนโดยสรุป

  1. ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อขอคำแนะนำและแบบฟอร์มสมัคร
  2. ปรับปรุงแปลงตามข้อกำหนด เช่น การใช้สารอย่างถูกต้อง การจดบันทึก และสุขลักษณะ
  3. จดบันทึกการผลิตอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญตอนตรวจประเมิน
  4. รอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจแปลงและเก็บตัวอย่างตามระบบ

บริการวินิจฉัยศัตรูพืชและดินฟรี

หลายคนซื้อสารเคมีผิดชนิดเพราะวินิจฉัยเอง ทั้งที่รัฐมีบริการตรวจให้ฟรี ทั้งเรื่องศัตรูพืชและการวิเคราะห์ดิน

ติดต่อที่ไหน

ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) · สำนักงานเกษตรอำเภอ · สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด · หมอดินอาสาประจำตำบล

ขั้นตอนโดยสรุป

  1. เก็บตัวอย่างพืชที่มีอาการหรือถ่ายรูปชัด ๆ ทั้งต้นและจุดที่เป็น
  2. นำไปที่ ศจช. หรือสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อให้เจ้าหน้าที่วินิจฉัย
  3. สำหรับดิน ขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ที่สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด เพื่อใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์จริง ลดต้นทุนได้มาก

🧾 สิ่งที่ควรทำไว้ล่วงหน้าเสมอ

  • ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรทุกปีการผลิต แม้ไม่มีอะไรเปลี่ยน
  • ถ่ายรูปแปลงเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังเกิดภัย
  • จดบันทึกต้นทุน วันปลูก และการใช้ปัจจัยการผลิต
  • เก็บใบเสร็จค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ และค่าจ้างไว้เป็นหลักฐาน
  • บันทึกเบอร์เกษตรอำเภอและผู้ใหญ่บ้านไว้ในโทรศัพท์

🚨 ระวังการหลอกลวง

  • หน่วยงานรัฐไม่เรียกเก็บค่าดำเนินการสำหรับการขึ้นทะเบียนหรือขอความช่วยเหลือ
  • ไม่มีเจ้าหน้าที่ขอรหัส OTP หรือรหัสผ่านธนาคารทางโทรศัพท์
  • ระวังผู้อ้างตัวว่าเดินเรื่องเงินเยียวยาหรือปลดหนี้ให้ได้เร็วกว่าปกติ
  • ตรวจสอบข่าวเงินช่วยเหลือกับเกษตรอำเภอโดยตรงก่อนเชื่อหรือส่งต่อ

ต้องการดูข้อมูลพื้นที่ของตนเอง เช่น ศูนย์บริการใกล้บ้าน สถานการณ์น้ำ และภัยพิบัติในจังหวัด เปิดหน้าข้อมูลจังหวัด →

แชร์ให้เพื่อนเกษตรกร: LINE Facebook

💬 วันนี้หาข้อมูลอะไรไม่เจอบ้าง?

บอกเราสั้น ๆ ได้เลย ไม่ต้องกรอกชื่อหรืออีเมล ข้อมูลนี้ใช้เพื่อตัดสินใจว่าจะเพิ่มเนื้อหาอะไรต่อ