ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
🚨 เตือนภัยล่าสุด

เตือนภัยศัตรูพืชรายปักษ์

ศัตรูพืชที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้ตามสภาพอากาศ พร้อมอาการและแนวทางป้องกัน — อัปเดตจากกรมวิชาการเกษตร

📅 ช่วงวันที่ 22/07/2569 ถึง 04/08/2569

⚠️ ข้อมูลจาก ระบบเตือนภัยการผลิตพืช กรมวิชาการเกษตร · Agri News Hub รวบรวมเผยแพร่ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ · ส่วนที่ระบุสารเคมีให้ยึดคำแนะนำทางการและอ่านฉลาก/ปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนใช้เสมอ ดูต้นทาง ↗
ทุกพืช กระเจี๊ยบเขียว (1) กาแฟ (2) ถั่วเหลือง (2) ทุเรียน (3) พืชตระกูลส้ม (เช่น มะนาว มะกรูด ส้มโอ และส้มเขียวหวาน) (1) พืชตระกูลแตง (เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม แตงไทย เมล่อน แคนตาลูป ซูกินี ฟักทอง ฟักเขียว ฟักแม้ว มะระจีน และบวบ) (3) มะพร้าว (3) มะเขือเปราะ (2) มังคุด (2) อ้อย (1)
🌱 มังคุด

ระวัง อาการเนื้อแก้วและยางไหล

อาการเนื้อแก้วและยางไหล

ระยะพืชที่เสี่ยง: พัฒนาผล – เก็บผลผลิต

สภาพอากาศที่เอื้อ: อากาศร้อน มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่

🔍 อาการ/ลักษณะการทำลาย

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระของผล เมื่อได้รับน้ำมากเกินไป มังคุดเกิดอาการเนื้อเป็นสีใส มีลักษณะฉ่ำน้ำอยู่ภายใน หรือพบน้ำยางสีเหลืองไหลอยู่ภายในผล และบางส่วนไหลออกมาภายนอกเห็นเป็นจุด ๆ บนเปลือก ถ้าอาการรุนแรงผิวเปลือกจะมีรอยร้าว

🛠️ แนวทางป้องกัน/แก้ไข (แตะเพื่อดู)

1. ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และเพียงพอตามความต้องการน้ำของมังคุด โดยให้น้ำทุก 3 วัน ในกรณีที่ฝนไม่ตก แต่ถ้าฝนตกหนักควรระบายน้ำออกจากแปลงให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้มังคุดได้รับน้ำมากเกินไป
2. บำรุง รักษาต้นมังคุดให้มีความสมบูรณ์

ดูคู่มือวินิจฉัยศัตรูพืช →
🌱 มังคุด

ระวัง โรคใบจุด (เชื้อรา Pestalotiopsis flagisetula)

ระยะพืชที่เสี่ยง: พัฒนาผล – เก็บผลผลิต

สภาพอากาศที่เอื้อ: อากาศร้อน มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่

🔍 อาการ/ลักษณะการทำลาย

อาการเริ่มแรกพบจุดแผลขนาดเล็กสีนํ้าตาลบนใบ ต่อมาแผลขยายใหญ่ ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน ขอบแผลมีสีม่วงเข้ม แผลเก่ามีสีน้ำตาลเทา มักพบส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา เป็นจุดสีดำ เล็ก ๆ เกิดกระจายบริเวณแผล หากเกิดโรคบนใบอ่อนจะทำให้ใบบิดเบี้ยว และไหม้ ถ้าการระบาดของโรครุนแรงมากจะทําให้ใบที่เป็นโรคร่วง อาการบนผล ทําให้เกิดแผลแห้งสีนํ้าตาล กระทบต่อคุณภาพของผลมังคุด นอกจากนี้ อาจพบอาการของโรคได้ที่กิ่ง ก้าน และ ลําต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะต้นกล้า

🛠️ แนวทางป้องกัน/แก้ไข (แตะเพื่อดู)

1. ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง และกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกเป็นการลดความชื้น ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค
2. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบอาการของโรค ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรค นำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น คาร์เบนดาซิม 50% WP อัตรา 10 - 20 กรัมต่อนํ้า 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% WP อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 85% WP อัตรา 30 – 80 กรัมต่อนํ้า 20 ลิตร พ่นทุก 7 - 10 วัน

ดูคู่มือวินิจฉัยศัตรูพืช →

💬 วันนี้หาข้อมูลอะไรไม่เจอบ้าง?

บอกเราสั้น ๆ ได้เลย ไม่ต้องกรอกชื่อหรืออีเมล ข้อมูลนี้ใช้เพื่อตัดสินใจว่าจะเพิ่มเนื้อหาอะไรต่อ