สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในมะเขือเทศ (Tomato)
พบ 64 คำแนะนำ · จัดกลุ่มตามชนิดสาร
ก่อนใช้สารทุกครั้ง: อ่านฉลาก · ใช้ตามอัตราที่ระบุอย่างเคร่งครัด · สวมอุปกรณ์ป้องกัน · เว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยว และควรปรึกษา เจ้าหน้าที่เกษตร/ร้านค้าที่มีใบอนุญาต เพื่อเลือกสารให้เหมาะกับระยะพืชและสถานการณ์
🐛 แมลง-ผัก 64
| ศัตรูพืช / วัชพืช | สาร (ชื่อสามัญ · สูตร · กลุ่มกลไก · พิษ) | อัตราการใช้ | วิธีใช้ / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| — |
สไปนีโทแรม (spinetoram)
12% SC · กลุ่ม 5
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | |
| — |
คลอร์ฟีนาเพอร์ (chlorfenapyr)
10% SC · กลุ่ม 13 · พิษ ปานกลาง (441)
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | |
| — |
คลอแรนทรานลิิโพรล (chlorantraniliprole)
5.17% SC · กลุ่ม 28
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | |
| — |
บาซิลลสัทูริงเยนซิส (Bacillus thuringiensis)
WG, WDG, SC · กลุ่ม 11
|
60-80 กรัม, มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร | พ่นทุก 5 วันเมื่อพบการเข้าทำลาย |
| — |
แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda- cyhalothrin)
2.5% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (56)
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 8 วัน) |
| — |
เพอรเ์มทริน (permethrin)
25% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (430)
|
25 มล./น้ำ 20 ลิตร | (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 3 วัน) |
| — |
บาซิลลสัทูริงเยนซิส (Bacillus thuringiensis)
SC · กลุ่ม 11
|
80 มล./น้ำ 20 ลิตร | (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 1 วัน) |
| — |
บาซิลลสัทูริงเยนซิส (Bacillus thuringiensis)
SC · กลุ่ม 11
|
60-80 มล./นำ้ 20 ลิตร | |
| — |
ไตรอะโซฟอส (triazophos)
40% EC · กลุ่ม 1B
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการเพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่ยังหลงเหลืออยหู่ลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเหด็ทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันเพื่อป้องกันไรไม่ใหร้ะบาดเข้าไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด (- ไรชนิดนี้เป็นศตัรูที่สำคัญของเหด็ยานางิเห็ดแครงและเห็ดหูหนู - ต้องผสมสารจับใบตามอัตราที่กำหนดและพ่นสารกำจดัไรแต่ละชนิดไมเ่กิน 4 ครั้งควรสลับกลมุ่สารกำจดัไรเพื่อป้องกันไรดื้อสารกำจัดไร) |
| — |
อะลูมิเนียมฟอสไฟด์หรือฟอสฟีน (aluminium phosphide or phosphine)
56% · กลุ่ม 24A
|
1 เม็ด/1 ลูกบาศก์เมตร | รมขวดเชื้อเหด็ก่อนถ่ายลงในก้อนเมื่อตรวจพบไรอยู่บนเชื้อเห็ดในขวดโดยส่องดูด้วยแว่นขยายขนาด 10 เท่าใช้ผ้าพลาสติกคลมุภาชนะที่เป็นโครงเหล็กและปูพื้น (ผ้าดิบขนาดยาว 90 ซม. กว้าง 10 ซม. ใส่ทรายแห้ง 80%) วางทับที่ชายผ้าพลาสติกเพื่อป้องกันก๊าซซึมออกดึงจุกสำลีที่ขวดเชื้อเห็ดให้หลวมเพื่อให้ก๊าซซึมผ่านได้สะดวกวางฟอสฟีน 1 เม็ดในกระทงกระดาษไว้ตรงกลางภาชนะรมนาน 25 ชั่วโมงทำการรม 2 ครั้งห่างกัน 5 วัน (เป็นสารพิษอันตรายควรหลีกเลี่ยงการสูดดมก๊าซพิษในขณะปฏิบัติงานโดยเฉพาะขณะเปิดผ้าพลาสติกหลังการรมควรเปดิผ้าพลาสติกใหเ้ผยอขึ้นเล็กน้อยและทิ้งไว้สักครู่ก่อนทำการเปิดผ้าพลาสติกออกทั้งผืน) |
| — |
ไพริดาเบน (pyridaben)
20% WP · กลุ่ม 21A · พิษ ปานกลาง (161)
|
15 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | เพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่ยังหลงเหลืออยหู่ลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเห็ดทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันเพื่อป้องกันไรไม่ให้ระบาดเขา้ไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด (- ต้องผสมสารจับใบตามอัตราที่กำหนดและพ่นสารกำจดัไรแต่ละชนิดไมเ่กิน 4 ครั้งควรสลับกลมุ่สารกำจดัไรเพื่อป้องกันไรดื้อสารกำจัดไร) |
| — |
อะลูมิเนียมฟอสไฟด์หรือฟอสฟีน (aluminium phosphide or phosphine)
56% · กลุ่ม 24A
|
1 เม็ด/1 ลูกบาศก์เมตร | รมขวดเชื้อเหด็ก่อนถ่ายลงในก้อนเมื่อตรวจพบไรอยู่บนเชื้อเห็ดในขวดโดยส่องดูด้วยแว่นขยายขนาด 10 เท่าใช้ผ้าพลาสติกคลมุภาชนะที่เป็นโครงเหล็กและปูพื้น (ผ้าดิบขนาดยาว 90 ซม. กว้าง 10 ซม. ใส่ทรายแห้ง 80%) วางทับที่ชายผ้าพลาสติกเพื่อป้องกันก๊าซซึมออกดึงจุกสำลีที่ขวดเชื้อเห็ดให้หลวมเพื่อให้ก๊าซซึมผ่านได้สะดวกวางฟอสฟีน 1 เม็ดในกระทงกระดาษไว้ตรงกลางภาชนะรมนาน 24 ชั่วโมง (เป็นสารพิษอันตรายควรหลีกเลี่ยงการสูดดมก๊าซพิษในขณะปฏิบัติงานโดยเฉพาะขณะเปิดผ้าพลาสติกหลังการรมควรเปดิผ้าพลาสติกใหเ้ผยอขึ้นเล็กน้อยและทิ้งไว้สักครู่ก่อนทำการเปิดผ้าพลาสติกออกทั้งผืน) |
| ด้วงเจาะเห็ด (Cyllodes biplagiatus) |
ไดฟลเูบนซูรอน (diflubenzuron)
25% WP · กลุ่ม 15 · พิษ น้อย (>4,640)
|
50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบด้วงเจาะเห็ดระบาดในระยะเปิดดอก |
| ด้วงเจาะเห็ด (Cyllodes biplagiatus) |
ไส้เดือนฝอย (Steinernema carpocapsae)
- · กลุ่ม -
|
75 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบด้วงเจาะเห็ดระบาดในระยะเปิดดอก |
| ด้วงเจาะเห็ด (Cyllodes biplagiatus) |
ไส้เดือนฝอย (Steinernema riobrave)
- · กลุ่ม -
|
50 ล้านตัว/น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบด้วงเจาะเห็ดระบาดในระยะเปิดดอก |
| ผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศ (Phthorimaea absoluta) |
อินดอกซาคาร์บ (indoxacarb)
15% EC · กลุ่ม 22A · พิษ ปานกลาง (179)
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบการระบาด |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
อีโทเฟนพรอกซ์ (etofenprox)
20% EC · กลุ่ม 3A
|
40 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
สไปนีโทแรม (spinetoram)
12% SC · กลุ่ม 5
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
คลอแรนทรานลิิโพรล (chlorantraniliprole)
5.17% SC · กลุ่ม 28
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
ฟลูเบนไดอะไมด์ (flubendiamide)
20% WG · กลุ่ม 28 · พิษ น้อย (≥2,000)
|
5 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
อินดอกซาคาร์บ (indoxacarb)
15% EC · กลุ่ม 22A · พิษ ปานกลาง (179)
|
15 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
อีมาเมกตินเบนโซเอต (emamectin benzoate)
1.92% EC · กลุ่ม 6
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
เดลทาเมทริน (deltamethrin)
3% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (87)
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น (งดพ่นก่อนการเก็บเกี่ยว 3 วัน) |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
เพอรเ์มทริน (permethrin)
25% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (>430)
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนเจาะฝักถั่วลายจุด (Maruca vitrata) หนอนผีเสื้อสนี้ำเงิน (Lampides boeticus) |
เดลทาเมทริน (deltamethrin)
3% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (87)
|
5-10 มล./นำ้ 20 ลิตร | พ่นเมื่อพบหนอนในดอกประมาณ 20% หากมีการระบาดซ้ำให้พ่นสารตามความจำเป็น |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza sp.) |
อีโทเฟนพรอกซ์ (etofenprox)
20% EC · กลุ่ม 3A
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดบนใบเกิน 10% |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza sp.) |
อีมาเมกตินเบนโซเอต (emamectin benzoate)
1.92% EC · กลุ่ม 6
|
10 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดบนใบเกิน 10% |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza sp.) |
ฟิโพรนิล (fipronil)
5% SC · กลุ่ม 2B · พิษ ปานกลาง (92)
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดบนใบเกิน 10% (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza sp.) |
เดลทาเมทริน (deltamethrin)
3% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (87)
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดบนใบเกิน 10% (งดพ่นก่อนการเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza sp.) |
ไดโนทีฟูแรน (dinotefuran)
10% WP · กลุ่ม 4A
|
20 กรมั /น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดบนใบเกิน 10% |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza sp.) |
โทลเฟนไพแรด (tolfenpyrad)
16% EC · กลุ่ม 21A
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดบนใบเกิน 10% |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
อีมาเมกตินเบนโซเอต (emamectin benzoate)
1.92% EC · กลุ่ม 6
|
10 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบการระบาดพ่น 2 ครั้งติดต่อกันทุก 5 วัน |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
อิมิดาโคลพริด (imidacloprid)
70% WG · กลุ่ม 4A · พิษ ปานกลาง (131)
|
10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบการระบาดพ่น 2 ครั้งติดต่อกันทุก 5 วัน |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
โทลเฟนไพแรด (tolfenpyrad)
16% EC · กลุ่ม 21A
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบการระบาดพ่น 2 ครั้งติดต่อกันทุก 5 วัน |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
เบตา-ไซฟลูทริน (beta-cyfluthrin)
2.5% EC · กลุ่ม 3A
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบการระบาดพ่น 2 ครั้งติดต่อกันทุก 5 วัน |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
ฟิโพรนิล (fipronil)
5% SC · กลุ่ม 2B · พิษ ปานกลาง (92)
|
40 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบการระบาดพ่น 2 ครั้งติดต่อกันทุก 5 วัน |
| หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
ไซเพอร์เมทริน (cypermethrin)
35% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (287)
|
50 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบการระบาดพ่น 2 ครั้งติดต่อกันทุก 5 วัน |
| หนอนแมลงวันเจาะต้นถั่ว (Ophiomyia phaseoli, Melanagro- myza sojae) |
อิมิดาโคลพริด (imidacloprid)
70% WS · กลุ่ม 4A · พิษ ปานกลาง (131)
|
3-5 กรัม/ เมลด็ 1 กก. | ใช้คลุกเมลด็ก่อนปลูก (หากคลุกเมลด็หรือรองก้นหลุมแล้วไม่จำเป็นต้องพ่นสารกำจัดแมลงจนถึงอายุ 30 วัน) |
| หนอนแมลงวันเจาะต้นถั่ว (Ophiomyia phaseoli, Melanagro- myza sojae) |
ฟิโพรนิล (fipronil)
5% SC · กลุ่ม 2B · พิษ ปานกลาง (92)
|
10-20 มล./นำ้ 20 ลิตร | พ่นหลังเมลด็งอก 3-5 วัน (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| เพลี้ยอ่อนถั่ว (Aphis craccivora) |
อิมิดาโคลพริด (imidacloprid)
70% WG · กลุ่ม IRAC 4A · พิษ ปานกลาง (131)
|
3 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดทุก 7 วัน (ประสิทธภิาพการป้องกันกำจัด 81- 97%) |
| เพลี้ยอ่อนถั่ว (Aphis craccivora) |
ฟลอนิคามิด (flonicamid)
50% WG · กลุ่ม IRAC 29
|
3 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดทุก 7 วัน (ประสิทธภิาพการป้องกันกำจัด 83- 99%) |
| เพลี้ยอ่อนถั่ว (Aphis craccivora) |
คาร์บาริล (carbaryl)
85% WP · กลุ่ม IRAC 1A · พิษ ปานกลาง (614)
|
50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดทุก 7 วัน (ประสิทธภิาพการป้องกันกำจัด 72- 99%) |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
สไปนีโทแรม (spinetoram)
12% SC · กลุ่ม 5
|
10 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
อิมิดาโคลพริด (imidacloprid)
70% WG · กลุ่ม 4A · พิษ ปานกลาง (131)
|
10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
อีมาเมกตินเบนโซเอต (emamectin benzoate)
1.92% EC · กลุ่ม 6
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
ฟิโพรนิล (fipronil)
5% SC · กลุ่ม 2B · พิษ ปานกลาง (92)
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
สไปโรมีซเิฟน (spiromesifen)
24% SC · กลุ่ม 23
|
15 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
เดลทาเมทริน (deltamethrin)
3% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (87)
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
ไซเพอร์เมทริน (cypermethrin)
40% WP · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (287)
|
20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| เพลี้ยไฟดอกไม้ (Frankliniella schultzei) เพลี้ยไฟดอกถั่ว (Megalurothrips usitatus) |
ไซฟลูทริน (cyfluthrin)
10% EC · กลุ่ม 3A
|
20 มล./น้ำ 20 ลิตร | พ่นสารกำจดัแมลงเมื่อพบเพลี้ยไฟ 3-5 ตัวต่อยอดพ่นสารทุก 7 วันและควรพ่นสารแบบหมุนเวียนกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์วงรอบ 14 วันกลุ่มละไม่เกิน 3 ครั้ง (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| แมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci) หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
ไดโนทีฟูแรน (dinotefuran)
1% GR · กลุ่ม 4A
|
3 กรัม/ หลุม | รองก้นหลุมสามารถป้องกันได้ประมาณ 25วัน |
| แมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci) หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
อิมิดาโคลพริด (imidacloprid)
10% SL · กลุ่ม 4A · พิษ ปานกลาง (131)
|
40 มล./น้ำ 20 ลิตร | เริ่มพ่นเมื่อมะเขือเทศอายุ 5 วันหลังย้ายปลูกโดยพ่นทุก 5 วันจนเริ่มออกดอกและพ่นทุก 7-10 วันในระยะออกดอกติดผลอีก 3-5 ครั้ง (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 14 วัน) |
| แมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci) หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
ฟิโพรนิล (fipronil)
5% SC · กลุ่ม 2B · พิษ ปานกลาง (92)
|
40 มล./น้ำ 20 ลิตร | เริ่มพ่นเมื่อมะเขือเทศอายุ 5 วันหลังย้ายปลูกโดยพ่นทุก 5 วันจนเริ่มออกดอกและพ่นทุก 7-10 วันในระยะออกดอกติดผลอีก 3-5 ครั้ง (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| แมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci) หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza trifolii) |
เฟนโพรพาทริน (fenpropathrin)
10% EC · กลุ่ม 3A · พิษ ปานกลาง (870)
|
40 มล./น้ำ 20 ลิตร | เริ่มพ่นเมื่อมะเขือเทศอายุ 5 วันหลังย้ายปลูกโดยพ่นทุก 5 วันจนเริ่มออกดอกและพ่นทุก 7-10 วันในระยะออกดอกติดผลอีก 3-5 ครั้ง (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| ไรขาวพริก (Polyphagotar sonemus latus) |
กำมะถัน (sulfur)
80% WG · กลุ่ม - · พิษ น้อย (>2,000)
|
60-80 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | สำรวจตั้งแต่เรมิ่ปลูกโดยสม่ำเสมอเมื่อพบการระบาดให้พ่นตรงบริเวณที่เกิดการระบาดและบริเวณใกล้เคียง 2 ครั้งห่างกัน 3 วันและพ่นซ้ำตามความจำเป็นการเด็ดยอดหงิกทำลายจะช่วยลดการระบาดของไรขาวบ้าง (งดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน) |
| ไรดีด (Formicomo- tes heteromor- phus) |
อะมิทราซ (amitraz)
20% EC · กลุ่ม 19 · พิษ ปานกลาง (800)
|
40 มล./น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการ (- ไรชนิดนี้เป็นศตัรูที่สำคัญของเหด็นางรมเป๋าฮื้อและเห็ดเข็มเงิน) |
| ไรลูกโป่ง (Dolichocybe indica) |
อะมิทราซ (amitraz)
20% EC · กลุ่ม 19 · พิษ ปานกลาง (800)
|
40 มล./น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการเพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่หลงเหลืออยู่หลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 วันหรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเหด็หรือทุกวันเพื่อป้องกันกำจัดไรไม่ใหร้ะบาดเข้าไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด (ต้องผสมสารจับใบตามอัตราที่กำหนดและพ่นสารกำจดัไรแต่ละชนิดไมเ่กิน 4 ครั้งควรสลับกลมุ่สารกำจดัไรเพื่อป้องกันไรดื้อสารป้องกันกำจัดไรไรชนิดนี้เป็นศัตรูที่สำคัญของเหด็ยานางิเห็ดแครงและเห็ดหูหนู) |
| ไรลูกโป่ง (Dolichocybe indica) |
ไพริดาเบน (pyridaben)
20% WP · กลุ่ม 21A · พิษ ปานกลาง (161)
|
15 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการเพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่หลงเหลืออยู่หลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 วันหรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเหด็หรือทุกวันเพื่อป้องกันกำจัดไรไม่ใหร้ะบาดเข้าไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด |
| ไรลูกโป่ง (Dolichocybe indica) |
โพรพาร์ไกต์ (propargite)
30% WP · กลุ่ม 12C · พิษ น้อย (2,639)
|
40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการเพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่หลงเหลืออยู่หลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 วันหรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเหด็หรือทุกวันเพื่อป้องกันกำจัดไรไม่ใหร้ะบาดเข้าไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด |
| ไรลูกโป่ง (Dolichocybe indica) |
เฟนบูทาทินออกไซด์ (fenbutatin oxide)
55% SC · กลุ่ม 12B · พิษ น้อย (>3,000)
|
10 มล./น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการเพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่หลงเหลืออยู่หลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 วันหรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเหด็หรือทุกวันเพื่อป้องกันกำจัดไรไม่ใหร้ะบาดเข้าไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด |
| ไรลูกโป่ง (Dolichocybe indica) |
อะลูมิเนียมฟอสไฟด์หรือฟอสฟีน (aluminium phosphide or phosphine)
56% · กลุ่ม 24A
|
1 เม็ด/1 ลูกบาศก์เมตร | รมขวดเชื้อเหด็ก่อนถ่ายลงในก้อนเมื่อตรวจพบไรอยู่บนเชื้อเห็ดในขวดโดยส่องดูด้วยแว่นขยายขนาด 10 เท่าใช้ผ้าพลาสติกคลมุภาชนะที่เป็นโครงเหล็กและปูพื้นและใช้กระสอบทราย (เป็นสารพิษอันตรายควรหลีกเลี่ยงการสูดดมก๊าซพิษในขณะปฏิบัติงานโดยเฉพาะขณะเปิดผ้าพลาสติกหลังการรมควรเปดิผ้า) |
| ไรไข่ปลา (Luciaphorus perniciosus) |
ไพริดาเบน (pyridaben)
20% WP · กลุ่ม 21A · พิษ ปานกลาง (161)
|
15 กรัม/น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการเพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่ยังหลงเหลืออยหู่ลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเห็ดทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันเพื่อป้องกันไรไม่ให้ระบาดเขา้ไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด (ไรชนิดนี้เป็นศัตรูที่สำคัญของเหด็ยานางิเห็ดแครงและเห็ดหูหนู) |
| ไรไข่ปลา (Luciaphorus perniciosus) |
ไตรอะโซฟอส (triazophos)
40% EC · กลุ่ม 1B
|
30 มล./น้ำ 20 ลิตร | ในโรงเพาะเหด็ที่มีไรระบาดเป็นประจำพ่นสารกำจัดไรในโรงเรือนหลังเสร็จสิ้นการเพาะเหด็เพื่อกำจัดไรที่ยังหลงเหลืออยหู่ลังจากนั้น 15 วันจึงนำก้อนเชื้อเห็ดใหม่เข้ามาบ่มเส้นใยทำการพ่นสารกำจัดไรที่จุกสำลีของก้อนเชื้อเห็ดทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันส่วนขวดเชื้อเห็ดให้พ่นสารกำจดัไรที่จุกสำลีของขวดเชื้อเห็ดทุก 7 หรือ 10 หรือ 14 วันเพื่อป้องกันไรไม่ให้ระบาดเขา้ไปในขวดเชื้อเห็ดและก้อนเชื้อเห็ด (ต้องผสมสารจับใบตามอัตราที่กำหนดและพ่นสารกำจดัไรแต่ละชนิดไมเ่กิน 4 ครั้งควรสลับกลมุ่สารกำจดัไรเพื่อป้องกันไรดื้อสารกำจัดไร) |
| ไรไข่ปลา (Luciaphorus perniciosus) |
อะลูมิเนียมฟอสไฟด์หรือฟอสฟีน (aluminium phosphide or phosphine)
56% · กลุ่ม 24A
|
1 เม็ด/1 ลูกบาศก์เมตร | รมขวดเชื้อเหด็ก่อนถ่ายลงในก้อนเมื่อตรวจพบไรอยู่บนเชื้อเห็ดในขวดโดยส่องดูด้วยแว่นขยายขนาด 10 เท่าใช้ผ้าพลาสติกคลมุภาชนะที่เป็นโครงเหล็กและปูพื้น (ผ้าดิบขนาดยาว 90 ซม. กว้าง 10 ซม. ใส่ทรายแห้ง 80%) วางทับที่ชายผ้าพลาสติกเพื่อป้องกันก๊าซซึมออกดึงจุกสำลีที่ขวดเชื้อเห็ดให้หลวมเพื่อให้ก๊าซซึมผ่านได้สะดวกวางฟอสฟีน 1 เม็ดในกระทงกระดาษไว้ (เป็นสารพิษอันตรายควรหลีกเลี่ยงการสูดดมก๊าซพิษในขณะปฏิบัติงานโดยเฉพาะขณะเปิดผ้าพลาสติกหลังการรมควรเปดิผ้าพลาสติกใหเ้ผยอขึ้นเล็กน้อยและทิ้งไว้สักครู่ก่อนทำการเปิดผ้าพลาสติกออกทั้งผืน) |
แหล่งอ้างอิง: กรมวิชาการเกษตร — คำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากงานวิจัย ปี 2568 ↗